วิจัยบทที่ 3
บทที่
3
วิธีการดำเนินงานวิจัย
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi - experimental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1)
เปรียบเทียบการอ่าน ก่อน - หลัง จากการใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง
Big - book โดยมีวิธีการและลำดับขั้นตอนการดำเนินการวิจัยดังต่อไปนี้
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3. การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือ
4. การเก็บรวบรวบรวมข้อมูล
5. การวิเคราะห์ข้อมูล
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัย
ชาย – หญิง อายุ 3-4 ปี
ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตอนุบาลจันทรเกษม สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม รวมทั้งสิ้น 30
คน
2.
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นประชากรเด็กปฐมวัย ชาย - หญิง อายุ 3-4 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่
1 จำนวน 30
คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
เครื่องมือสำหรับใช้ในการทดลองและเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวมรวบข้อมูล
ดังนี้
1. แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง Big-book
2. แบบสังเกตพฤติกรรมการอ่านของเด็กปฐมวัย
การสร้างและการหาคุณภาพแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
1.1 ศึกษาหลักสูตรของโรงเรียนและกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้โดยให้สอดคล้องกับคำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ในหลักสูตร
1.2 ศึกษาการสร้างแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดหนังสือประกอบภาพคำคล้องจอง Big-book มาใช้ในการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้
1.3
สร้างแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในการจัดกิจกรรมตามเนื้อหาที่กำหนด
1.4 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุดหนังสือประกอบภาพคำคล้องจอง เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัย
เพื่อตรวจสอบด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ความชัดเจน
ความถูกต้องของภาษาที่ใช้ และความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่คาดหวัง
1.5 ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุดหนังสือประกอบภาพคำคล้องจองตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัย
1.6
นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ทั้งหมด 3 ท่าน ตรวจสอบความสอดคล้องขององค์ประกอบต่างๆในแผนการจัดการเรียนรู้
ด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ความชัดเจน
ความถูกต้องของภาษาที่ใช้ และความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่คาดหวัง
และใช้ดุลยพินิจเพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงของแผนการจัดการเรียนรู้ นำมาวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง
(Index of Item Objective Congruence: IOC) โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณา
เห็นว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1
ไม่แน่ใจ
ให้คะแนน 0
เห็นว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน -1
การวิเคราะห์ข้อมูลความเหมาะสมสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้
โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) คำนวณตามสูตร
โดยค่าดัชนีความสอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Index of Item
Objective Congruence: IOC) มีค่าเฉลี่ยรวม เท่ากับ 0.98
1.7 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดการเรียนรู้โดยการใช้ชุดหนังสือประกอบภาพคำคล้องจอง
Big-book ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในการวิจัย
การสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่าน
ของเด็กปฐมวัย โดยมีรายละเอียดดังนี้
2.1 ศึกษาแนวคิด หลักการ ทฤษฎี และผลงานที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัย
เพื่อเป็นข้อมูลในการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัย
2.2 สร้างแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัย
กำหนดเกณฑ์การประเมินดังนี้
3 มาก หมายถึง อ่านเป็นคำได้ดีทุกคำ
2 ปานกลาง หมายถึง การอ่าน อ่านเป็นคำได้บางคำ
1 น้อย หมายถึง อ่าน
อ่านเป็นคำไม่ได้เลย
2.3 ตรวจสอบคุณภาพของแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัย
โดยเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน
พิจารณาตรวจสอบความสอดคล้องของรายการประเมิน
นำคะแนนที่ได้จากการลงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่านมาหาดัชนีความสอดคล้องระหว่างรายการประเมินพฤติกรรมการบริโภคผัก
– ผลไม้ของเด็กปฐมวัยกับวัตถุประสงค์ (Index of
Item Objective Congruence: IOC) โดยให้มีความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย
2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ 0.5 ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้ เกณฑ์การพิจารณาดังนี้
ไม่แน่ใจ ให้คะแนน 0
เห็นว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน
-1
2.4 ปรับปรุงแก้ไขแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ
2.5
ทดลองใช้ ( Try – out ) แบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนโรงเรียนสาธิตอนุบาลจันทรเกษม สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างเพื่อความเป็นไปได้
2.5.1 ให้ศึกษาแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยให้เข้าใจตรงกัน
เพื่อสามารถบันทึกการสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยให้ตรงกัน
2.5.2 ศึกษาและทำความเข้าใจจุดมุ่งหมายของการสังเกต
2.5.3 ฝึกการสังเกตและบันทึกโดยใช้แบบสังเกตสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยกับเด็กที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง
จำนวน 30 คน
2.6 หาค่าความเชื่อมั่นเด็กอนุบาลปีที่ 1ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจำนวน
30 คนโรงเรียนสาธิตอนุบาลจันทรเกษม สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
2.7 ปรับปรุงแก้ไขแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยให้เป็นฉบับสมบูรณ์
2.8 จัดทำแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยฉบับสมบูรณ์ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างต่อไป
วิธีการดำเนินการวิจัย
การวิจัยเรื่องการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยผ่านหนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง
big – book แบบกึ่งทดลอง
( Quasi – Experimental Research )
ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองโดยอาศัยการวิจัยแบบการทดลองกลุ่มเพียงอย่างเดียว One
Group Pretest - Posttest Design
X = แทนการดาเนินการส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยตามด้วยหนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง Big & Small book
T2 = แทนการประเมินผลความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยหลังการใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง Big & Small book
ดำเนินการวิจัยมีขั้นตอนดังนี้
1. ผู้วิจัยศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการวิจัยผลการใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง big – book ในการอ่านของเด็กปฐมวัย
2. ทำการสังเกตและบันทึกผลพฤติกรรมอ่านก่อนการทดลองด้วยแบบสังเกตพฤติกรรมการใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง big – book
3. ดำเนินการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง big – book เวลาทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 คาบ คาบละ 30 นาที
4. ทำการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมด้านอ่านหลังการทดลองด้วยแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
5. นำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตไปเปรียบเทียบกับข้อมูลเดิมเพื่อไปวิเคราะห์ตามวิธีการทางสถิติ
6. นำข้อมูลจาการสังเกตสัปดาห์ที่ 1 ถึงสัปดาห์ที่ 8 มาวิเคราะห์ให้เห็นถึงพฤติกรรมด้านการการอ่านของเด็กปฐมวัย
7. นำข้อมูลที่ได้มาอภิปรายและนำเสนอ
การเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการใช้หนังสือภาพประอบคำคล้องจอง Big-book โดยทำการสังเกตก่อนการทดองและหลังการทดลองแล้วนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ตามวิธีการทางสถิติต่อไป
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล
วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบการทดลองก่อนและหลังทดลองการอ่านของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง big-book โดยคำนวณหาค่าร้อยละเพื่อดูการอ่านของเด็กปฐมวัย
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1. การหาค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรของครอนบัค (Cronbach) นี้ปรับมาจากสูตร KR – 20 ใช้หาความเที่ยงของเครื่องมือวัดที่ให้คะแนนแตกต่างกันไปในแต่ละข้อได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นระบบการให้คะแนนแบบ ๑ กับ ๐ สูตรการคำนวณเป็นดังนี้
![]()













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น