วิจัยบทที่ 1
บทที่1 บทนํา
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย
การศึกษาปฐมวัยเป็นการจัดการศึกษาที่สําคัญต่อการวางรากฐานของการพัฒนามนุษย์ให้เจริญเติบโตได้อย่างมี คุณภาพ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา เด็กจึงเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณคาสูงสุดต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต เด็กในวันนี้จึงควรได้รับการ พัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ให้มีศักยภาพสูงสุดเพื่อให้มีพื้นฐานทั้ง ด้านทักษะความรู้และทักษะชีวิตที่สามารถนําไปประยุกต์ใช้และปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ในอนาคต โดยเฉพาะในการยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมศตวรรษที่21 ในโลกที่การสื่อสารไร้ พรมแดน ส่งผลต่อวิถีการดํารงชีพของสังคมอยางทั่วถึง่ ครูจึงต้องมีความตื่นตัวและเตรียมพร้อมใน การจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมีทักษะที่สําคัญสําหรับการดํารงชีวิตในโลก ของศตวรรษที่21 ที่ได้ระบุทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม 3R 4C ซึ่ง3R ประกอบด้วย Reading (การอ่าน ) การเขียน (Writing) และคณิตศาสตร์(Arithmetic) และ 4C ประกอบด้วย Critical Thinking (การคิดวิเคราะห์) Communication (การสื่อสาร) Collaboration (การร่วมมือ) และ Creativity (ความคิดสร้างสรรค์)รวมถึงทักษะชีวิตและอาชีพและทักษะด้านสารสนเทศสื่อและ เทคโนโลยีซึ่งทักษะดังกล่าวเป็นทักษะการเรียนรู้ที่มีความจําเป็นเพื่อการเรียนรู้ในระดับการศึกษา ที่สูงขึ้น การเตรียมความพร้อมเด็กปฐมวัยให้มีทักษะต่าง ๆ จึงเป็นภารกิจที่ผู้เกยวข้องต้องศึกษา เรียนรู้เพื่อที่จะสามารถออกแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กบเด็กได้อย่างเหมาะสมกับ พัฒนาการตามวัยของผู้เรียน และสอดคล้องเท่าทันการศึกษาในศตวรรษที่21 ซึ่งกลไกที่สําคัญที่จะทําให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้คือการรับรู้ของสมอง ทําอย่างไรจึงจะทําให้สมองเกิดการรับรู้ซึ่งจะ นําไปสู่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และทักษะพื้นฐานหนังสือคือกุญแจสําคัญที่จะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชีวิต สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุข ประสบการณ์สําคัญด้านสติปัญญาตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ได้ ระบุประสบการณ์สําคัญด้านภาษาที่เด็กควรได้รับได้แก่การแสดงความรู้สึกด้วยคําพูดการพูดและประสบการณ์ของตนเอง หรือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกบตนเองการอธิบายเกี่ยวด้วยเหตุการณ์และความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ การฟังเรื่องราวนิทาน คําคล้องจองคํากลอน การเขียน ในหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์ที่สื่อความหมายต่อเด็กเขียนภาพเขียนขีดเขี่ยเขียนคล้าย ตัวอักษร เขียนเหมือนสัญลักษณ์เขียนชื่อตนเอง และ การอ่านในหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์ ที่สื่อความหมายต่อเด็กอ่านภาพหรือสัญลักษณ์จากหนังสือนิทานหรือเรื่องราวที่สนใจ นักจิตวิทยาและนักการศึกษา ได้กล่าวถึงหลักพัฒนาการและหลักการเรียนรู้โดย เฟรดริค วิสเฮม เฟรอเบล นักการศึกษาชาวเยอรมนีผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการศึกษาปฐมวัยได้เปรียบเทียบการสอนเด็กเหมือนกับการเพาะเมล็ดพืชต้องดูแลให้เมล็ดนั้้นงอก งามขึ้นเป็นต้นแตก กิ่ง ก้าน ใบ และดอกผลที่สมบูรณ์เช่นเดียวกบการพัฒนาเด็กที่ดีต้องสอดคล้อง ผสมผสานกลมกลืนไปกบธรรมชาติตามวัยของเด็กเรียนรู้จากง่ายไปหายาก ตามความสนใจของ เด็กโดยครูต้องมีแผนการสอนที่สอดคล้องกบวัยพัฒนาการและความพร้อมในการเรียนรู้ของเด็ก รวมถึงครูต้องประเมินพัฒนาการของเด็กโดยการสังเกตจากการปฏิบัติกิจกรรมประจําวันตาราง กิจกรรมประจําวันจึงมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเฟรอเบลเป็นผู้พัฒนาตารางกิจกรรมประจําวัน ขึ้น เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาที่ครอบคลุมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน คือด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา แนวคิดดังกล่าวยังนํามาใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ครูต้องคํานึงถึงคือการบูรณาการ ครูควรผสมผสานกิจกรรมต่างๆเข้ากบการเรียนด้วยการเล่น อย่างมีความสุขและนั่นคือหัวใจของการศึกษาปฐมวัย (กุลยา ตันติผลาชีวะ, 2551) เพียเจต์ (Piajet) กล่าวว่า พัฒนาการทางสติปัญญา ประกอบด้วยกระบวนการสําคัญคือการซึมซับและดูด ซึมประสบการณ์(Assimilation) และการปรับโครงสร้างทางสติปัญญา (Accommodation) ระหว่าง ประสบการณ์เดิมและประสบการณ์ใหม่จนกระทั่งสามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Wadsworth. 1996: 14-17) ดิวอี้(Dewey) และบรูเนอร์(Bruner) กล่าวตรงกนในประเด็นที่ว่าเด็กเรียนรู้ได้ดีจากการค้นพบผ่านการปฏิบัติกจกรรมที่ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยตนเอง (สุรางค์ โค้วตระกูล, 2548, น. 295) และไวก็อตสกี(Vygotsky, 2006) ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการทางสติปัญญาและการเรียนรู้ของเด็กเกิดจากการช่วยเหลือของครู(Scaffolding) ในการขยายขอบเขต การเรียนรู้(Zone of Proximal Development) จึงสรุปได้ว่า การจัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้าง ทักษะภาษาของเด็กปฐมวัยควรคํานึงถึงหลักพัฒนาการและหลักการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับ ความสามารถตามวัยของเด็กโดยเปิดโอกาสให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมกบประสบการณ์ใหม่ในการสร้างองค์ความรู้ทางภาษาด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือและอํานวยความสะดวก
จากความสําคัญดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษา การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยผ่านหนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง Big-book ด้วยมีความเชื่อว่า การอ่านเป็นพื้นฐานที่สําคัญต่อการ เรียนรู้ในทุกด้านทุกมิติของชีวิตทั้งด้านการเรียนรู้ด้านวิชาการ การสื่อสารในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และปัจจัยที่สําคัญอีกประการหนึ่งที่จะทําให้เกิดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ คือการออกแบบ กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญโดยคํานึงถึงความแตกต่างทั้งด้านพื้นฐานสมองและ ความสนใจของเด็กทุกคนให้เกิดการเรียนรู้จนนําไปสู่การอ่านออก เขียนได้เหมาะสมกบพัฒนาการและความสามารถในแต่ละช่วงวัยจึงต้องใช้สื่อกิจกรรม การจัดสภาพแวดล้อม และการออกแบบ กระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกบพัฒนาการทางสมอง
ปัญหาการวิจัย
หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง Big-book มีผลต่อการอ่านของเด็กปฐมวัยจริงหรือไม่
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อส่งเสริ ความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัย
2. เพื่อศึกษาความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยตาม ก่อนและหลังการใช้หนังสือภาพประกอบคําคล้องจอง Big book
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้านคว้า
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัย ชาย – หญิง อายุ 3-4 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตอนุบาลจันทรเกษม สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นประชากรเด็กปฐมวัย ชาย - หญิง อายุ 3-4 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตอนุบาล จันทรเกษม สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง
ตัวแปรที่ศึกษา
ตัวแปรต้น คือ ความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัย
ตัวแปรตาม คือ หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง Big-book
ระยะเวลาการศึกษาค้นคว้า
ระยะเวลาการวิจัยในครั้งนี้ได้ทำการสังเกตในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ใช้เวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์
นิยามศัพท์เฉพาะ
1 . ความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัย หมายถึงการแสดงพฤติกรรมความสามารถ ด้านการอ่าน วัดได้จากแบบประเมินความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยประกอบด้วย
2) การอ่านพยัญชนะไทย ก-ฮ หมายถึงเด็กสามารถการอ่านออกเสียงและสามารถ เลือกจับคู่ภาพกบพยัญชนะไทยั ก-ฮ ได้ถูกต้อง
3) การอ่านภาพกับคําที่ออกเสียงพยัญชนะนําหน้าคําที่เป็นเสียงเดียวกันหมายถึง เด็กสามารถอ่านออกเสียงโดยการอ่านภาพ อ่านสัญลักษณ์อ่านคําง่าย ๆ ได้และสามารถเลือกภาพ กับคําที่มีเสยงพยัญชนะนําหน้าคําที่เป็นเสียงเดียวกันได้ถูกต้อง
4.เด็กปฐมวัยหมายถึงนักเรียนชั้นอนุบาลปี ที่ 3 อายุ 5-6 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ในภาค เรียนที่ 2ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสาธิตอนุบาลจันทรเกษม สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
5.หนังสือภาพประกอบคําคล้องจอง Big book หมายถึงหนังสือภาพประกอบคําคล้องจองที่ผู้วิจัย สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัย
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้นวัตกรรมเป็นหนังสือประกอบคําคล้องจอง Big book เพื่อให้ครูใช้เป็น แนวทางการส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านโดยของเด็กปฐมวัยที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้อง กับพัฒนาการสมองของเด็กปฐมวัยได้ดียิ่งขึ้น
2.เด็กปฐมวัยได้พัฒนาความสามารถด้านการอ่านผ่านสื่อที่หลากหลายและกระบวนการที่สอดคล้องกบพัฒนาการสมองของเด็กปฐมวัย
3.สามารถนําไปเผยแพร่ให้ครูสอนระดับปฐมวัยผู้ปกครองและผู้สนใจได้เกิดแนวคิด และนําไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
กรอบแนวคิดวิจัย
หนังสือภาพประกอบคำคล้องจอง Big - book การพัฒนาด้านการอ่าน
สมมติฐานการวิจัย
1. ความสามารถด้านการอ่านของเด็กปฐมวัยหลังการใช้หนังสือภาพประกอบคําคล้อง จอง Big book สูงขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น